โปรแกรมการรักษา

  1. HOME
  2. โปรแกรมการรักษา
  3. โบท็อกซ์
  4. โบท็อกซ์เกาหลี NABOTA

โบท็อกซ์เกาหลี NABOTA

โบท็อกซ์เกาหลี NABOTA

ภาพรวม

โบท็อกซ์ NABOTA เปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศเกาหลีใต้เมื่อปี 2557 โดยบริษัท Daewoong Pharmaceutical เป็นผู้คิดค้นและผลิต และวางจำหน่ายในตลาดไต้หวันอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2564 เป็นผลิตภัณฑ์โบท็อกซ์จากเกาหลีแบรนด์เดียวที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอาหารและยา 3 ชั้นจาก FDA ของสหรัฐออเมริกา (ยื่นเรื่องขออนุญาตวางจำหน่ายในตลาดเมริกาในชื่อ Jeuveau) และ EMA จากสหภาพยุโรป และ TFDA จากไต้หวัน จากข้อมูลวิทยาศาสตร์นานาชาติก็แสดงให้เห็นว่า ความพึงพอใจระดับความคงที่และหลังการรักษาของ NABOTA ค่อนข้างสูง บวกกับเป็นราคาที่สามารถแข่งขันได้ตลาด ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ NABOTA ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางตั้งแต่เปิดตัว นาโบตะทยอยเริ่มเปิดตัวผลิตภัณฑ์ขนาดแต่ละรุ่นด้วยสีที่แตกต่างกัน โดยมีขนาดความจุตั้งแต่ 50 100 และ 200 ได้รับการขนานนามในเกาหลีว่า เป็น “เรนโบว์โบท็อกซ์” และได้รับการอนุมัติให้วางจำหน่ายในไต้หวันจากกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวันดำเมื่อปี 2564 คุณภาพโดดเด่น เหมาะกับคนเอเชีย

หลักการของโบท็อกซ์

เมื่อฉีดโบท็อกซ์เข้าสู่กล้ามเนื้อแล้ว จะจับตัวกับปลายประสาทขนาดเล็กต่างๆ เพื่อยับยั้งปลายประสาทดูดซึมสารสื่อประสาทแอซิติลโคลีน (Acetylcholine) ทำให้แอซิติลโคลีนของปลายประสาทหมดไป ไม่สามารถส่งสัญญาณอีก ผลลัพธ์ดังกล่าวนี้ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อสูญเสียเส้นประสาท ทำให้เวลาที่เส้นประสาทสั่งการส่งสัญญาณไปที่กล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อจะได้ไม่หดตัวจนมากเกินไป เมื่อริ้วรอยแบบไดนามิกหายไป กล้ามเนื้อบนใบหน้าที่ได้รับการรักษาแล้วจะเนียนเรียบ ไม่มีการแสดงอารมณ์บนใบหน้า สำหรับกล้ามเนื้อที่ไม่ได้ฉีดโบท็อกซ์จะหดเกร็งตามปกติ ไม่กระทบต่อการแสดงอารมณ์ออกบนใบหน้า ผลลัพธ์นี้จะอยู่ทนนานเป็นเวลาติดต่อประมาณ 4 ถึง 6 เดือน ซึ่งคอร์สการรักษาแบบนี้นอกจากควบคุมการสั่งการของกล้ามเนื้อแล้ว ถ้าไม่ใช้งานเป็นเวลานานจะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่เข้ารับการรักษาบางส่วนเกิดการหดลีบ ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า น่องขาเรียวเล็กลง

ข้อควรระวัง 

1. สำหรับสตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร ไม่เหมาะฉีด

2. สำหรับผู้ที่มีประวัติแพ้ยารุนแรง ไม่เหมาะฉีด

3. สำหรับผู้ที่มีร่างกายเป็นแผลเป็นนูน ไม่เหมาะฉีด

4. สำหรับผู้ที่กำลังกินยาต้านการแข็งตัวของเม็ดเลือด ยาแอสไพริน โสแปะก๊วย หรือสารสกัดจากกระเทียม เพราะอาจทำให้บริเวณที่รับการรักษาตกเลือดมากขึ้นกว่าเก่าหรือเกิดรอยฟกช้ำ

5. สำหรับผู้ที่เคยศัลยกรรมเสริมจมูก ไม่เหมาะฉีด

 ข้อควรระวัง – หลังการรักษา

1. หลังการฉีดควรประคบเย็นทันที เพื่อลดอาการช้ำและบวม และหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าในบริเวณที่มีรอยเข็มภายใน 24 ชั่วโมง

2. บริเวณที่รักษาอาจมีอาการชาหรือรู้สึกตึงเล็กน้อย แดง หรือคัน เป็นปฏิกิริยาปกติ อาการเหล่านี้อาจอยู่ได้ประมาณ 3–5 วัน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

3. หากมีปัญหาช้ำใต้ผิวหนังหลังการฉีด 2 วัน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ห้ามใช้ยาด้วยตนเอง และหลีกเลี่ยงการทำทรีตเมนต์หน้า หรือการผลัดเซลล์ผิว เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ

4. ภายใน 2 สัปดาห์หลังการฉีด ควรล้างบริเวณที่ฉีดอย่างเบามือ หลีกเลี่ยงการทำสีหน้าเกินปกติ เช่น การหัวเราะใหญ่ ๆ และหลีกเลี่ยงการถูหรือกดแรง ๆ บริเวณที่ฉีด

5. ภายใน 2 สัปดาห์หลังการฉีด ควรหลีกเลี่ยงสถานที่ร้อน ๆ เช่น ห้องซาวน่า ห้องอบไอน้ำ หรือกิจกรรมที่ทำให้ร้อนสูง

6. ในช่วง 1–2 สัปดาห์แรกหลังการฉีด อาจรู้สึกว่าบริเวณที่ฉีดตึง แต่หลังจากเวลาผ่านไปบริเวณที่ฉีดจะเริ่มรู้สึกนุ่มขึ้น

คำชี้แจงในการเขียนเนื้อหา

1. ชื่อที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์นี้อาจแตกต่างจากชื่อในเอกสารกำกับยา/เครื่องมือแพทย์ (บางส่วนเป็นการอธิบายการใช้งานนอกเหนือจากข้อบ่งใช้ที่ได้รับการอนุมัติ หรือใช้ภาษาง่ายเพื่อให้ประชาชนเข้าใจ) ใช้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น

2. ชื่อทางการของหัตถการ/เครื่องมือแพทย์ รวมถึงผลลัพธ์ต่าง ๆ ให้ยึดตามคำอธิบายของแพทย์โดยตรงเป็นหลัก

3. หน้าเว็บนี้จัดทำขึ้นเพื่อแนะนำความรู้ทางการแพทย์และให้ความรู้ด้านสุขภาพ มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการโฆษณา

4. ข้อมูลเกี่ยวกับข้อบ่งใช้ ข้อห้ามใช้ และผลข้างเคียงต่าง ๆ ให้ยึดตาม “เอกสารกำกับภาษาไทย” ของหัตถการหรือเครื่องมือแพทย์ และคำอธิบายจากแพทย์โดยตรงเป็นสำคัญ โปรดให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

ก่อน–หลัง

新星NewStar

新星NewStar

BACK
Top